อาการป่วยที่พบได้บ่อยในขณะตั้งครรภ์


การตั้งครรภ์เป็นการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติอย่างหนึ่งทางสรีรวิทยา การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นส่งผลถึงร่างกายทุกระบบรวมถึงกระบวนการที่เกิดขึ้นกับยาในร่างกายเช่น การดูดซึมยา การกระจายยาในร่างกายการเปลี่ยนสภาพยา และการขับถ่ายยา

การเลือกใช้ยาในคุณแม่ตั้งครรภ์มีความสำคัญมากเนื่องจากยาหรือสารเคมีที่ได้รับสามารถผ่านเข้าสู่ทารกซึ่งยาบางชนิดอาจส่งผลต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของลูกได้ ดังนั้นควรระมัดระวังในการเลือกใช้ยา เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อทั้งคุณแม่และทารก

อาการเจ็บป่วยของคุณแม่ที่พบได้บ่อยในขณตั้งครรภ์ ส่วนมากเช่นการ

คลื่นไส้อาเจียน เป็นอาการที่พบได้บ่อยที่สุด(ประมาณร้อยละ 80 ) อาการมักปรากฎเมื่อรู้ว่าตั้งครรภ์และจะบรรเทาหรือหายไปหลังจากตั้งครรภ์ประมาณ 4 เดือน แต่บางรายอาจมีอาการจนกระทั่งคลอดได้

อาการแสบในยอดอก พบได้มากกว่าร้อยละ 70 และมักพบในช่วงไตรมาตรสุดท้ายของการตั้งครรภ์ สาเหตุเกิดจากหูรูดส่วนล่างของหลอดอาหารมีการคลายตัวมากขึ้น หรืออาจเกิดจากมดลูกมีการขยายตัวขึ้นกดทับและเพิ่มแรงดันในกระเพาะอาหาร ทำให้กรดในกระเพาะอาหารย้อนขึ้นมาระคายเคืองหลอดอาหารได้

ในช่วงไตรมาสสุดท้ายยังพบอาการท้องผูกได้บ่อยและพบประมาณ 2 ใน 3 ของคุณแม่ตั้งครรภ์ เมื่อมีอาการท้องผูกหมายถึง การถ่ายอุจจาระในแต่ละครั้งห่างกันนานกว่า 4 วัน ถ่ายลำบาก อุจจาระแข็ง เมื่อท้องผูกนานๆเข้า เวลาเบ่งถ่ายอุจจาระอาจมีเลือดออกมาด้วยเกิดเป็นริดสีดวงทวาร

อาการตะคริวที่ขา มักพบในช่วงไตรมาสสุดท้ายของการตั้งครรภ์ อาการดังกล่าวมักเกิดในเวลากลางคืนแต่ยังไม่ทรายแน่ชัดว่าเกิดจากสาเหตุใด

นอกจากนี้ยังพบอาการคันช่องคลอดได้บ่อยมีสาเหตุมาจากการจิดเชื้อรา Candida albicans หรือ Trichomonas vaginalis  ซึ่งผลจาการติดเชื้อนี้จะทำให้เกิดการแท้งได้ง่าย โดยเฉพาะหากเกิดในช่วงไตรมาสที่หนึ่งและสอง รวมทั้งอาจทำให้ทารกคลอดก่อนกำหนดหรือมีน้ำหนักแรกคลอดต่ำ

อีกปัญหาหนึ่งที่เกิดได้บ่อยขณะตั้งครรภ์คือ การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ มีอาการแสดงคือ เป็นไข้หนาวสั่น ปวดหลังบริเวณบั้นเอว ปัสสาวะขัด ผลตรวจปัสสาวะพบเม็ดเลือดขาวหรือเม็ดเลือดแดง และโปรตีนไข่ขาว (อัลบูมิน) ด้วย

นอกจากปัญหาที่กล่าวมาข้างต้น หวัดก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่พบได้เป็นปกติในช่วงที่ร่างกายอ่อนแอ

อาการเหล่านี้อาจต้องมีการใช้ยาซึ่งอาจใช้ไม่กี่ขนานหรือหลายขนานตามอาการที่เป็น เช่น หากเป็นหวัด อาจต้องใช้ยาทั้งยาแก้ปวดศีรษะยาแก้น้ำมูกไหล ยาแก้ไอ และยาแก้คัดจมูกเป็นต้น

You might also like:

  • อาการปวดท้องน้อยแบบเรื้อรังในสตรีคืออาการปวดท้องบริเวณท้องน้อยนานกว่า 6 เดือน สาเหตุใหญ่ๆ เกิดจากการโรคทางนรีเวชและสาเหตุอื่นๆ นอกจากนรีเวช ที่พบบ่อยๆได้แก่ ระบบทางเดินปัสสาวะ เช่น นิ่วในกระเพาะปัสสาว...
  • หอมแดง (Shallot) ชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Allium ascalonicum Linn. อยู่ในวงค์ Amaryllidaceae ซึ่งเป็นวงค์ใหญ่ที่มีสมาชิกหลายร้อยชนิด เช่น หอมใหญ่ ต้นหอม หอมจีน กระเทียมกระเทียมใบ เป็นต้น เป็นพืชที่มีลำต้...
  • ผักสีเหลืองหรือสีส้ม  ได้แก่ ฟักทอง แครอท ข้าวโพด ล้วนอุดมไปด้วยวิตามินที่มี่ศักยภาพด้านการต้านทานอนุมูลอิสระอันเป็นตัวก่อนมะเร็ง ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล กรณีของข้าวโพดจะช่วยป้องกันความเสื่อมของจุดสีหร...
  • สวัสดีค่ะเพื่อนๆที่น่ารักทุกท่านที่กำลังจะไปสอบไปขับขี่ใหม่ หรือ ต่ออายุใบขับขี่ เมื่อใบขับขี่หมดอายุ และสำหรับบทความเรื่องนี้ เราก็จะมาพูดถึงแนวข้อสอบสำหรับเตรียมตัวไปสอบไปขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นข้อสอบใบ...
  •                                 สีเล็บที่เหมาะสมกับคุณ   เลือกสีเล็บให้ชุดของคุณ เล็บสีขาวมุก (...)...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *