สังขยาฟักทอง

วิธีทําสังขยาฟักทอง


สังขยาฟักทอง03

ฟักทองเป็นผักชนิดหนึ่งที่สามารถทำอาหารได้หลากหลายสามารถทำได้ทั้งอาหารคาวและอาหารหวาน ฟักทองเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยคุณค่า อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุแถมยังเป็นอาหารที่มีแคลอรี่ต่ำมากๆ ฟักทองเป็นอาหารที่มีวิตามิน A สูงเป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระ เบต้าแคโรทีน โพแทสเซียมที่อยู่ในฟักทองสามารถลดความดันในเลือดได้ดี สังขยาฟักทองเป็นขนมไทยที่มีแต่โบราณแต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็มีที่มาจากประเทศแถบเอเชีย อินโดนีเซีย เช่นกันโดยสังขยาที่นึ่งในผลฟักทองในภาษาอินโดนีเซียจะเรียกว่า สรีกายา ลาบูกูนิง

สังขยาฟักทอง04

สังขยาฟังทองเป็นขนมที่มีรสชาติอร่อยแต่นอกจากจะอร่อยแล้วยังอุดมไปด้วยประโยชน์ของฟักทองอีกด้วย วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการทำสังขยาฟักทองอย่างง่ายๆ ที่สามารถหาอุปกรณ์ได้ไม่ยากเลย

วัตถุดิบที่ใช้ในการทำได้แก่ ไข่เป็ดและไข่ไก่อย่างละ 3 ฟอง น้ำตาลปีบ 1 ถ้วยตวง กะทิ 1 ถ้วยตวง แต่ถ้าใช้เป็นกล่องใช้ขนาด 150 มิลลิกรัม 1 กล่องพอดี เกลือ 1 ช้อนชา แป้งข้าวเจ้าหรือแป้งอเนกประสงค์ 1 ช้อนโต๊ะ ใบเตย 5 ใบ ลูกฟักทองคว้าน โดยฟักทองที่ใช้นั้นจะใช้เป็นฟักทองไทยที่มีลักษณะเป็นสีเขียวเหลืองผิวขรุขระ ฝอยทอง(ใช้ในการตกแต่งจะมีหรือไม่มีก็ไม่เป็นไร)

เมื่อเตรียมส่วนผสมเสร็จแล้วให้ดำเนินการตามขั้นตอนนี้


ตอกไข่ใส่ชามผสมตามด้วยเกลือ กะทิและแป้งข้าวเจ้าที่เตรียมไว้ ขยำใบเตยและน้ำตาลปีบจนส่วนผสมเข้ากันดีโดยเฉพาะน้ำตาลปีบก็ไม่ควรจับตัวกันเป็นก้อน

จากนั้นกรองด้วยตะแกรงหรือผ้าขาวบางและเทลงไปในลูกฟักทองที่คว้านเตรียมเอาไว้ การเทสังขยาลงไปในฟักทองไม่ควรเทจนเต็มเพราะจะทำให้ไส้ล้นออกมาได้เมื่อนึ่งเสร็จ จากนำลูกฟักทองใส่ลงในชามเท่าขนาดของลูกฟักทองเพื่อกันไม่ให้ลูกฟักทองแตกขณะทำการนึ่งเพราะจะทำให้เมื่อนำไปเสริฟจะไม่สวยงาม

การนิ่งลูกฟักทองใช้เวลาประมาณ  50-60 นาที ขณะที่นึ่งหากอยากทราบว่าสังขยาสุกหรือยังให้ลองนำไม้จิ้มฟันลองจิ้มลงไปในเนื้อสังขยาหากเนื้อสังขยายังเหลวหรือมีสังขยาติดขึ้นมาแสดงว่าสังขยายังไม่สุกให้ทำนึ่งสังขยาต่ออีก 10 นาที ก็จะสุกพอดีพร้อมทาน และเมื่อสุกแล้วสามารถตกแต่งด้วยฝอยทองด้านบนได้

สังขยาฟักทอง02

จะสังเกตได้ว่าวัตถุดิบที่ใช้ไม่ได้มีเพียงแต่ฟักทองเท่านั้นยังมีใบเตยที่ช่วยทำให้สังขยามีกลิ่นหอมน่ารับประทานมากขึ้น เหตุที่นิยมนำฟักทองมารับประทานเป็นขนมนั้นเนื่องจากฟักทองเป็นผักที่นำไปนึ่งแล้วจะมีรสชาติหวานอร่อย เมื่อนำไปทำขนมรวมกับสังขยาแล้วก็จะยิ่งอร่อยมากขึ้นไปอีก ส่วนตัวฟักทองนอกจากจะสามารถทำเป็นอาหารหวานโดยการนำไปนึ่งกับสังขยาแล้วตัวฟักทองเองยังสามารถนำไปประกอบอาหารต่างๆไม่ว่าจะเป็น ผัดฟักทองที่เป็นอาหารคาว ฟักทองแกงบวดที่เป็นอาหารหวาน ขนมไข่นกกระทาฟักทองที่เป็นอาหารทานเล่น จะเห็นได้ว่าฟักทองสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลายประเภทไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นอาหารคาวหรืออาหารหวานเท่านั้น ถึงแม้ว่าฟักทองจะไม่ใช่อาหารที่จำเป็นถึงขนาดขาดไม่ได้ แต่ถ้ามีฟักทองติดครัวไว้ก็รับประกันได้ว่า ฟักทองนี้สามารถนำมาประกอบอาหารอร่อยๆ ได้หลากหลายแบบเช่นกันค่ะ

You might also like:

  • โรคอกหักมีด้วยหรือนี่ ? ว่ากันว่า ความรักนี้ช่างมหัศจรรย์นักหนา เพราะแค่คำว่ารัก คำเดียว สามารถเปลี่ยนคนเราให้ขาวกลายเป็นดำได้ สามารถทำให้คนหดหู่กลายเป็นคนสดใสขึ้นมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ แต่ในขณะเดียวกั...
  • สวัสดีค่ะ วันนี้แอดมินเอาเมนูอาหารมาฝากอีกแล้วว วันนี้เราจะมาทำอาหารคลีนกันค่าาา อาหารคลีน แสดงว่าเป็นอาหารที่ทานแล้วไม่อ้วน เน้นลดแคลอรี่ ใช้ของไม่ค่อยมีไขมัน หรือเป็นเมนูอาหารที่อร่อยเหมือนอาหารปกติ...
  • เพลงสำหรับเด็กปฐมวัย หรือเพลงที่เราคุ้นๆ หูกันตอนสมัยเด็กๆ มักจะเป็นเพลงที่เข้าใจง่ายๆ ไม่ต้องไปตีความอะไรมาก บางเพลงไม่ต้องมีความหมายอะไรเลยด้วยซ้ำ แต่เน้นความสนุกสนานและให้เด็กๆมีส่วนร่วม และใช้จินต...
  • 7 เมนูอาหารบำรุงสมองวันนี้ จันทร์ไทยบล็อกของเรา เอาใจคนรักสุขภาพอีกแล้ว 1.ปลา เมื่อเรารัปประทานปลาแล้วจะได้รับสารอาหารคือ มีกรดไขมัน และโอเมก้า 3 ช่วยสร้างและดูแลผนังเซลล์ประสาทในสมองทำให้สมองไม่เสื่อ...
  • สวัสดีค่ะ วันนี้แอดมินได้นำความรู้เกี่ยวกับเรื่องอาการก่อนที่ผู้หญิงอย่างเราๆจะเป็นประจำเดือน หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า”อาการก่อนมีรอบเดือน” หรือ “อาการก่อนเป็นเมนส์” มาฝากกั...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *