GAT PAT คืออะไร

GAT / PAT คืออะไร มาดูความหมายกันค่ะ ^__^”


GAT/PATคืออะไร
คือการสอบความถนัดทั่วไป GAT ซึ่งย่อมาจากคำว่า (General Aptitude Test) หรือการทดสอบความถนัดทั่วไป ส่วน PAT คือการสอบความถนัดด้านวิชาการ (Professional A Aptitude Test หรือ PAT) คือ การสอบวัดศักยภาพของนักเรียนที่จะเรียนต่อในมหาวิทยาลัย และข้อสอบจะแยกเป็น 2 ตอน เพื่อจะได้เน้น การเขียน การอ่าน การคิดวิเคราะห์เป็นหลักมากกว่า และก็จะมีการสอบสื่อสารภาษอังกฤษอีกด้วย ลักษณะข้อสอบ หรือรายละเอียด เกี่ยวกับ GAT/PAT คืออะไรและสำคัญกับการสอบแอดมินชั่นหรือไม่อย่างไรไปดูกันเลยค่ะ

GAT PAT คืออะไร

GAT PAT คืออะไร

รายละเอียดเกี่ยว กับ GAT
1. เนื้อหา การสอบ
– การอ่าน เขียน คิดวิเคราะห์และการแก้โจทย์ ปัญหา (ทาง คณิตศาสตร์) 50%
– การสื่อสารด้วยภาษา อังกฤษ 50%
2. ลักษณะข้อสอบ GAT จะเป็นปรนัยและอัตนัย
– คะแนนเต็ม 200 คะแนน เวลาสอบ 2 ชั่วโมง
– ข้อสอบ เน้น Content Free และ Fair
– เน้นความซับ ซ้อน (Complexity) มากกว่า ความยาก
– มีการออกข้อสอบเก็บไว้เป็นคลังข้อ สอบ


3.สอบปีละหลายครั้ง
– คะแนนใช้ได้ 2 ปี เลือกใช้คะแนนที่ดีที่สุด (จะสอบ ตั้งแต่ม. 4 ก็ได้)
รายละเอียดเกี่ยวกับ PAT
ย่อมาจาก Professional Aptitude Test
เป็นการสอบวัดความถนัดเฉพาะทางวิชาชีพ แบ่งเป็น 6 ชุด ประกอบด้วย
PAT 1 วัดศักยภาพทางคณิตศาสตร์
– เนื้อหา เช่น Algebra, Probability and Statistics, Conversion, Geometry, Trigonomentry, Calculus ฯลฯ
– ลัษณะข้อสอบ Perceptual Ability, Calculation skills, Quantitative Reasoning, Math Reading Skills
PAT 2 วัดศักยภาพทางวิทยาศาสตร์
– เนื้อหา ชีววิทยา, เคมี, ฟิสิกส์, Earth Sciences, Environment, ICT ฯลฯ
– ลักษณะข้อสอบ Perceptual Ability, Sciences Reading Ability, Science Problem Solving Ability ฯลฯ
PAT 3 วัดศักยภาพทางวิศวกรรมศาสตร์
– เนื้อหา เช่น Engineering Mathematics, Engineering Sciences, Life Sciences, IT ฯลฯ
– ลักษณะข้อสอบ Engineering Aptitude i.e. Multidimensional Preceptual Ability, Calculation Skills, Engineering Reading Ability, Engineering Problem Solving Ability
PAT 4 วัดศักยภาพทางสถาปัตยกรรมศาสตร์
– เนื้อหา เช่น Architectural Math and Sciences ฯลฯ
– ลักษณะข้อสอบ Space Relations, Multidimensional Perceptual Ability, Architectural Problem Solving Ability
PAT 5 วัดศักยภาพทางครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์
– เนื้อหา เช่น ความรู้ในเนื้อหาภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมวิทยา มานุษยวิทยา สุขศึกษา ศิลปะ สิ่งแวดล้อม ฯลฯ
– ลักษณะข้อสอบ ครุศาสตร์ (Pedagogy), ทักษะการอ่าน (Reading Skills), ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการศึกษาของประเทศไทย การแก้ปัญหาที่เกิดจากนักเรียน ครู ผู้บริหารโรงเรียน ฯลฯ
PAT 6 วัดศักยภาพทางศิลปกรรมศาสตร์
– เนื้อหา เช่น ทฤษฎีศิลปะ (ทัศนศิลป์ ดนตรี นาฏศิลป์) ความรู้ทั่วไปทางศิลป์ ฯลฯ
– ลักษณะ ข้อสอบ ความคิดสร้างสรรค์ ฯลฯ
PAT 7 วัดศักยภาพทางภาษาต่างประเทศที่ 2
– เนื้อหา จะเป็นพื้นฐานการเรียนต่อ เช่น Grammar, Vocabulary Culture, Pronunciation Functions
– ลักษณะข้อสอบ Paraphasing, Summarizing Applying Concepts and Principles, Problem Solving skills, Critical Thinking skills, Questioning skills, Analytical skills
ลักษณะข้อสอบ PAT
– จะเป็นปรนัย และอัตนัย
– เน้นความซับ ซ้อน (Complexity) มากกว่า ความยาก
– มีการออกข้อสอบเก็บไว้ในคลังข้อ สอบ
การจัดสอบ
– เมื่อนักเรียนอยู่ชั้น ม.6 โดยจัดสอบปีละ 2 ครั้ง
– คะแนนใช้ได้ 2 ปี เลือกใช้คะแนนที่ดีที่ สุด

เพื่อนๆก็ลองศึกษาดูว่าเราจะสามารถสอบหรือมีการเตรียมตัวนานแค่ไหนอย่างไรและจะสอบแอดมิดชั่นตอนไหนก็ลองเข้าศึกษาดูนะค่ะ

You might also like:

  • หลายคนคงเคยต้องทนเวลาต้องนอนกับ เพื่อน พี่ น้อง หรือแม้แต่ญาติผู้ใหญ่ที่กรนเสียงดัง จาทำให้เรานอนไม่หลับ เชื่อได้เลยว่า คนเค้านอนกรนน่ะ…แน่นอนว่าเขาได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงม...
  • การขับถ่ายที่ดีจะช่วยทำให้ร่างกายเราปลอดโปร่ง การไหลเวียนของเหลวต่างๆในร่างกายก็เป็นไปอย่างสะดวกสบายส่งผลให้เราไม่เจ็บป่วย ไม่มีดรคภัยไข้เจ็บ แต่เอ๊ เวลาที่เราขับถ่ายมันจะเกิดขึ้นได้ยังไง น๊า เรื่องใก...
  • หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 Piaggio ซึ่งแต่เดิมมีโรงงานผลิตชิ้นส่วนของเรือและส่วนเครื่องบินหันมาผลิตเครื่องยนต์แบบง่าย ในแบบ Four – Part P 108 ให้กับรถเวสป้า ที่โรงงาน Pontedera จึงเกิดความคิดที่จะส...
  •   เจ๋ง! วิศวกรเปลี่ยนรถเบนซ์ เป็น รถล่องหน สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าวการเปิดตัว รถยนต์เชื้อเพลิง ของบริษัทเมอเซเดส-เบนซ์ ที่ทำให้รถยนต์ล่องหนกลืนไปกับบรรยากาศด้านหลังของรถได้ ตามแนวคิดที่ว่า ...
  • ในโลกของเราทุกวันนี้มีมลพิษต่างๆ ที่เรามองไม่เห็นอีกมากมาย และก็เป็นปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้ผิวคุณเครียดและอ่อนแอเสียสุขภาพได้ ไม่ว่าผิวคุณจะมีสภาพผิวแบบไหน ถ้าไม่ดูแลก็แย่ได้นะคะ ปัจจัยที่ว่ามีอะไรบ้า...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *